ผู้เขียน หัวข้อ: อายุพระพุทธศาสนา ๕,๐๐๐ ปี  (อ่าน 3631 ครั้ง)

ออฟไลน์ เด็กมุก

  • Administrator
  • *****
  • กระทู้: 207
  • ชอบกด Like+ 135
    • ดูรายละเอียด
    • เครื่องทำตรายาง
ด้วยสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสคำนี้ไว้ว่า
" ดูก่อนอานนท์ บัดนี้พระสัทธรรมจักตั้งอยู่เพียง ๕,๐๐๐ ปี เท่านั้น "
แต่ในเวลาจะปรินิพพาน สุภัททปริพาชก ทูลถาม ได้ตรัสอีกว่า
" ดูก่อนสุภัททะ ถ้าพระภิกษุเหล่านี้ยังปฏิบัติชอบอยู่ โลกก็จักไม่ว่างจากพระอรหันต์ทั้งหลาย "


คำว่า พระสัทธรรมจักตั้งอยู่เพียง ๕,๐๐๐ ปีเท่านั้น เป็น สาสนปริจเฉท คือเป็นการกำหนดพระศาสนา ส่วนคำที่ตรัสไว้ในเวลาจะปรินิพพานว่า " ถ้าภิกษุเหล่านี้ยังปฏิบัติชอบอยู่ โลกก็จักไม่ว่างจากพระอรหันต์ทั้งหลาย " ดังนี้นั้น เป็น ปฏิปัตติปริทีปนา คือเป็นการแสดงซึ่งปฏิบัติ

สาสนปริจเฉท แปลว่า กำหนดพระศาสนานั้น อธิบายว่า ได้แก่การกำหนดอายุพระพุทธศาสนาว่ามีอยู่ ๕,๐๐๐ ปี
ปฏิปัตติปรทีปนา แปลว่า กำหนดแสดงซึ่งการปฏิบัตินั้น หมายถึงผลแห่งการปฏิบัติ หรืออานุภาพแห่งการปฏิบัติว่า ถ้ายังปฏิบัติอยู่ตราบใด พระพุทธศาสนาก็จักยังตั้งอยู่ตราบนั้น
   เปรียบ เหมือนคำว่า อายุของผู้นั้นมีกำหนด ๑๐๐ ปี อีกคำหนึ่งว่า ถ้าธาตุทั้ง ๔ ของผู้นั้นยังปกติอยู่ตราบใด ผู้นั้นก็จักมีอายุอยู่ตราบนั้น ดังนี้ คำทั้งสองนี้ คำหนึ่งแสดงกำหนดอายุ อีกคำหนึ่งแสดงอานุภาพของธาตุ ๔  แต่ขอให้เข้าใจว่า อายุของผู้นั้นจักตั้งอยู่ได้เพียง ๑๐๐ ปีเท่านั้น แล้วธาตุทั้ง ๔ ของผู้นั้นจะต้องวิปริตไป ข้อนี้มีอุปมาฉันใด พระพุทธพจน์ที่ตรัสไว้ก็ฉันนั้น

ในพระบาลีว่า
"ถ้า ไม่มีภิกษุณี พระสัทธรรมจักตั้งอยู่ ๑,๐๐๐ ปี เมื่อมีภิกษุณีแล้ว พระสัทธรรมจักตั้งอยู่ ๕๐๐ ปีเท่านั้น "อันนี้เป็นคำในพระบาลี ส่วนในอรรถกถาว่า
"เมื่อพระพุทธองค์ ทรงเล็งเห็นอย่างนั้น จึงได้ทรงบัญญัติครุธรรม ๘ ไว้ป้องกันเสียก่อน แล้วจึงทรงอนุญาตให้มีนางภิกษุณี "
เมื่อทรงป้องกันแล้วก็ได้อีก ๕๐๐ ปีรวมกับ อีก ๕๐๐ ปีที่ยังเหลืออยู่นั้น จึงเป็นพันปีเท่ากับไม่มีนางภิกษุณี
แล้ว อธิบายไว้ตั้งแต่พันปีที่ ๑ ถึงพันปีที่ ๕ ( รายละเอียดด้านล่าง***** ) เมื่อสิ้น ๕ พันปีแล้ว อธิคมสัทธรรม คือผู้บรรลุมรรคผลก็สิ้นไป พระปริยัติธรรมก็หมดไปทีละน้อย ลงท้ายก็เหลือแต่เพศภิกษุที่มีผ้าเหลืองน้อยห้อยหู ทำไร่ไถนาเลี้ยงบุตรภรรยา แล้วลงท้ายก็หมดผ้าเหลืองน้อยห้อยหู
แต่ เมื่อผู้ใดยังมีผู้จำพระพุทธวจนะได้เพียง ๑ คาถา อันกำหนดด้วยอักขระ ๓๒ ตัว เมื่อนั้นก็ยังเรียกว่า พระปริยัติศาสนายังอยู่ เมื่อไม่มีมนุษย์ผู้ใดในโลก จะจำพระพุทธวจนะเพียงคาถาเดียวได้ เมื่อนั้นแหละจึงเรียกว่า หมดพระปริยัติศาสนาจริง ๆ
และ มีกล่าวไว้ว่า เมื่อพระพุทธศาสนาครบ ๕,๐๐๐ ปีแล้ว พระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าซึ่งอยู่ที่ต่าง ๆ กัน จะเสด็จมารวมกันที่ไม้ศรีมหาโพธิ แล้วปรากฏเป็นองค์สมเด็จพระบรมสุคตขึ้น ทรงแสดงธรรมแก่เทพยดาอยู่ตลอด ๗ ทิวาราตรี เทพยดาหรือ ยักษ์ นาค ครุฑ อินทร์ พรหม ผู้ใดเป็นธาตุเวไนย ผู้นั้นก็จักได้สำเร็จมรรค ผล นิพพาน ในคราวนั้น แล้วจวนรุ่งอรุณในคืนที่ ๗ พระบรมสารีริกธาตุที่ปรากฏเป็นพระพุทธเจ้าขึ้นนั้นก็จะมีเพลิงธาตุเกิดขึ้น ถวายพระเพลิงเผ่าให้ย่อยยับไปไม่มีเหลือ เมื่อนั้นแหละเรียกว่า "ธาตุอันตรธาน "ดังนี้

อุปมาเหมือนกองไฟใหญ่
" เมื่อกองไฟใหญ่กำลังลุกรุ่งเรืองอยู่ มีคนทั้งหลายเอาหญ้าแห้ง ไม้แห้ง มาทิ้งเข้าในกองไฟใหญ่นั้นเรื่อย ๆ ไป กองไฟใหญ่นั้นจะดับไปหรือไม่ ? "
" ไม่ดับเลย มีแต่จะลุกใหญ่เท่านั้น "
พระ ศาสนาอันประเสริฐของพระศาสดา ได้สว่างรุ่งเรืองอยู่ในหมื่นโลกธาตุ ด้วย อาจารคุณ ศีลคุณ ข้อวัตรปฏิบัติ ถ้าศากยบุตรพุทธชิโนรสยังประกอบด้วยองค์ของผู้มีความเพียร ยังฝึกฝนดี ยังไม่ประมาท ยังเต็มใจใน ไตรสิกขา ( ศีล สมาธิ ปัญญา ) ยังทำสิกขาให้บริบูรณ์ ทำจารีตและสีลสัมปทา ( ถึงพร้อมด้วยศีล ) ให้บริบูรณ์พระศาสนาก็ยังจักตั้งอยู่ตลอดกาลนาน โลกก็จักไม่ว่างจากพระอรหันต์ทั้งหลาย
สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงหมายความอย่างนี้ จึงได้ตรัสไว้ว่า " ถ้าภิกษุเหล่านี้ยังปฏิบัติชอบอยู่ โลกก็จักไม่ว่างจากพระอรหันต์ทั้งหลาย "

*****
คำกล่าวที่ว่า พระพุทธศาสนาจักมีอายุ ๕๐๐๐ ปีนั้น มีอธิบายว่า หมายถึงมีการเรียนพระธรรมวินัย มีการปฏิบัติจนกระทั่งได้บรรลุมรรคผลนิพพานถึง ๕๐๐๐ ปี โดยแบ่งออกเป็น
๑๐๐๐ ปีแรก มีพระอรหันต์ผู้ได้บรรลุปฏิสัมภิทา
๑๐๐๐ ปีที่สอง(สองพันปี) มีเพียงพระอรหันต์ประเภทสุกขวิปัสสกะ
๑๐๐๐ ปีที่สาม(สามพันปี) มีเพียงพระอริยะขั้นพระอนาคามี
๑๐๐๐ ปีที่สี่(สี่พันปี) มีเพียงพระอริยะขั้นพระสกทาคามี
๑๐๐๐ ปีที่ห้า(ห้าพันปี) มีเพียงพระอริยะขั้นพระโสดาบัน

เลย ๕๐๐๐ ปีนั้นไป พระภิกษุในพระพุทธศาสนาจะละทิ้งแม้กระทั่งการเล่าเรียนพระธรรมวินัย ได้ชื่อว่าเป็นพระเพียงแค่โกนศีรษะครองผ้ากาสาวพัสตร์เท่านั้น


(วินย.อ. ๓/๔๐๓/๔๐๗ ฉบับมหาจุฬาเตปิฏกํ)

ออฟไลน์ <<B'oO..

  • เซียนประจำบอร์ดมูลนิธิ
  • *****
  • กระทู้: 917
  • ชอบกด Like+ 155
  • เพศ: ชาย
  • คณะกีบู่จูมุกดาหาร
    • MSN Messenger - boo_jeemokkoa@hotmail.com
    • ดูรายละเอียด
    • อีเมล์
"Khee-Bu-Joo"

กรุณากดคำว่า +Thank You
แทนการขอบคุณด้วยนะครับผม

ออฟไลน์ hs4nxa

  • เจ้าพ่อบอร์ดมูลนิธิ
  • ****
  • กระทู้: 324
  • ชอบกด Like+ 141
  • เพศ: ชาย
  • ศิษย์พระอรหันต์จี้กง
    • ดูรายละเอียด
คบคนพาล แต่จริงใจ ก็ไม่ผิด
คบบัณฑิต ไม่จริงใจ ก็ไร้ผล            ฝ่ายติดตาม(ร.ร)เทคโนฯ

ออฟไลน์ Boerbamburg

  • สมาชิกมูลนิธิมุกดาหาร
  • *
  • กระทู้: 2
  • ชอบกด Like+ 0
    • ดูรายละเอียด
สาธุ ไม่ค่อยมีใครได้รู้